Showing posts with label Restaurant. Show all posts
Showing posts with label Restaurant. Show all posts

Monday, October 22, 2012

ร้านอาหาร Bilacus เมือง Bellagio ประเทศอิตาลี

ชื่อร้าน : Bilacus
รายการอาหาร : พาสต้า, รีซ็อตโต้, อาหารอิตาเลี่ยน
เวลาเปิดบริการ : วันอังคาร - วันอาทิตย์ 12.00-14.00 น. และ 18.00-21.30 น.
ที่ตั้งร้าน : Salita Serbelloni 32, Bellagio, Italy
พิกัด GPS : 45° 59' 16.43" N 9° 15' 51.20" E
   

ภาษาอิตาเลี่ยน วันนี้ขอเสนอคำว่า Pesce
อ่านว่า เป-เช (Stress คำว่า “เป”)
ภาษาไทยแปลว่า ปลา
ภาษาอังกฤษ คือ Fish Smiley


Smiley สวัสดีค่ะพี่ๆ น้องๆ ที่น่ารัก Smiley
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ บล้อกเกอร์ทุกท่านที่แวะมาทักทายกันเสมอ
ก่อนหน้านี้ดองบล้อกไว้นาน เกรงใจจัง อิอิ
เอิงต้องทำการบ้าน รร. ภาษา เยอะหน่อยช่วงนี้ ไม่ว่ากันนะคะ ^.^

วันนี้อยากพามาร้านอาหาร Bilacus (บีลาคุส)
เมือง Bellagio บริเวณทะเลสาป Como ประเทศอิตาลี
ก่อนหน้านี้เคยพาไปเที่ยว ชมภาพกันบ้างแล้ว
ครั้งนี้จะขอรีวิวอาหารแบบเต็มๆ
เผื่อใครสนใจ มีโอกาสไปเที่ยว ร้านนี้อาจเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดี
โดยเฉพาะท่านที่ชอบทานอาหารอิตาเลี่ยนค่ะ
ร้านนี้เน้นเมนูพาสต้า รีซ็อตโต้ ปลา อาหารทะเล
และอาหารที่มาจากทะเลสาปโคโม

ภาพชุดนี้ถ่ายจากครั้งที่ไปเที่ยวช่วงหน้าร้อน
มีโอกาสพาเพื่อนสาวๆ ไป และไปอีกครั้งกับคุณสามีค่ะ

มาชมภาพกันดีกว่า
บรรยากาศที่นั่งริมระเบียงด้านนอกของร้าน Bilacus









มุมสวยๆ อีกด้านหนึ่งของร้าน







อีกมุมหนึ่ง ที่นั่งด้านในอยู่ในร่ม สำหรับผู้ที่ไม่อยากนั่งกลางแจ้ง







Antipasto Bilacus
อาหารเรียกน้ำย่อย จานนี้เป็นเมนูแนะนำของทางร้าน
เสิร์ฟมาอย่างละนิด อย่างละหน่อย คือ ปลาแซลมอน
สลัดผักใส่กุ้งราดครีม ทาร์ตเล็กๆ สอดไส้ครีม แฮม ผัก
เสิร์ฟพร้อมกับแคนตาลูปสด








Misto di Salumi
อาหารเรียกน้ำย่อยของคุณสามี - Salumi มาหลายรูปแบบ
ในอิตาลี เนื้อจากการถนอมอาหาร cured meat เช่น Prosciutto, Salumi ฯลฯ
สามารถทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือ ทานเป็นอาหารคอร์สที่สองก็ได้ค่ะ










จานนี้ของคุณเพื่อน คือ พาสต้ากับครีมซอสผสมเนื้อกุ้ง
เอิงได้ชิมนิดหน่อย รสกลมกล่อมทีเดียว
หากใครชอบพาสต้าผสมซอสครีม และอาหารทะเล สั่งจานนี้ได้เลยค่ะ









Spaghetti alle Vongole
สปาเก็ตตี้กับหอย จานยอดนิยมของอิตาลี
ปรุงกับซอสผสมมะเขือเทศ และใบพาร์สลี่ จานนี้ของคุณเพื่อนอีกคน
เธอบอกว่าอร่อย อาหารทะเลที่นั่นสดมากค่ะ







Gamberoni alla Griglia
กุ้งย่าง เสิร์ฟพร้อมผัก และมะนาวครึ่งลูก
กุ้งตัวโต เนื้อแน่น แต่ขาดแต่น้ำจิ้มแซ่บๆ อิอิ
คนอิตาเลี่ยนเค้าไม่ทานแบบคนไทยเนอะ 555+







Lavarello alla Griglia
ปลา lavarello ย่าง เสิร์ฟพร้อมกับผัก โรยตกแต่งด้วยใบพาร์สลี่
ปลาชนิดนี้หาได้ทั่วไปในทะเลสาปโคโม และทะเลสาปทางเหนือของอิตาลี
เอิงโปรดจานนี้มากค่ะ อาจเพราะชอบทานปลา เนื้อนิ่ม สด อร่อย
ไม่หนักมาก เหมาะเป็นอาหารสำหรับหน้าร้อน ^.^









Riso e Filetto di Pesce Persico
จานนี้คือข้าวปรุง สไตล์รีซ็อตโต้ กับเนื้อปลา Persico
ซึ่งเนื้อปลานี้เอาไปชุบแป้งทอดก่อน แล้วเสิร์ฟมาบนจาน
จานนี้เป็นเมนูแนะนำ และเมนูยอดนิยม
(ต้องบอกว่าเป็นจานโปรดของคุณพ่อ คุณแม่สามี ท่านทั้งสองชอบมาก)
รสชาดอร่อยกลมกล่อม สมคำร่ำรือ แต่เป็นจานที่หนักค่ะ
เพราะรีซ็อตโต้ปรุงด้วยเนยและชีส
ทานจานเดียวอิ่มทั้งวัน ทานข้าวเย็นต่อไม่ได้เลย 555+









ภาพจากระเบียงร้าน Bilacus
เห็นงบรรยากาศเมือง Bellagio นักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา
ค่อนข้างคึกคักในช่วงซัมเมอร์ เดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม









Smiley Thank You Smiley
โปสการ์ดจากเพื่อนบล้อกเกอร์ คุณนก LoveParadise
ต้องขออภัยด้วยนะคะ เอิงได้รับตั้งแต่เดือน ส.ค.แล้ว
เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้เอามาโชว์ในเพื่อนๆ ได้ชมกันในบล้อกเลย อิอิ
เห็นแล้วอยากไปเที่ยว Hallstatt ได้ดูภาพจากบล้อกคุณนกแล้วยิ่งอยากไป
หากใครมีโอกาสลองเข้าไปเยี่ยมชมบล้อกคุณนกนะคะ ดูภาพท่องเที่ยว สวยมากๆ
ขอบคุณคุณนกอีกครั้งค่ะ







ขอบคุณคุณปรัซซี่ prassy
สำหรับโปสการ์ดอาหารไทยจานอร่อย “น้ำพริกตะไคร้”
เห็นแล้วคิดถึงเมืองไทย ตะไคร้ที่อิตาลีหาซื้อไม่ได้ง่ายๆ
ถ้าเห็นในไชน่าทาวน์เมื่อไหร่ จะลองซื้อมาทำน้ำพริกบ้างค่ะ
(หลังโปสการ์ด มีสูตรบอกไว้ด้วย)
ขอบคุณคุณปรัซซี่ บล็อกเกอร์คนเก่ง นำข้อมูลร้านอาหารดีๆ มาฝากกันเสมอ






ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่แวะมาทักทายกันเสมอ
ช่วงนี้เอิงอาจไปหาช้าหน่อย เพราะติดภารกิจเรื่องเรียนภาษาอิตาเลี่ยน
การบ้านเยอะค่ะ คุณครูขยันจัง ให้การบ้านประจำเลย 555+
ว่างเมื่อไหร่แล้วจะตามไปทักทายแต่ละท่านแน่นอนค่ะ

Monday, September 12, 2011

แวะทานอาหารเที่ยง ร้านกาแฟนรสิงห์ ณ วังพญาไท

ชื่อร้าน : ร้านกาแฟนรสิงห์ ณ วังพญาไท
รายการอาหาร : ข้าวหน้าไก่, สปาเก็ตตี้, เค็ก, ชา, กาแฟ
เวลาเปิดบริการ : จันทร์-ศุกร์ 8.30-19.00, เสาร์-อาทิตย์ (และวันหยุดนักขัตฤกษ์) 10.30-19.00
ที่ตั้งร้าน : พระราชวังพญาไท (บริเวณ รพ.พระมงกุฏ) ถ.ราชวิถี, กรุงเทพมหานคร พญาไท Thailand
พิกัด GPS : 13° 46' 2.78" N 100° 32' 5.80" E





ร้านกาแฟนรสิงห์
พระราชวังพญาไท (ภายใน รพ. พระมงกุฏเกล้า)
ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร




ภาษาอิตาเลี่ยนวันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า Pranzo
อ่านว่า ปรัน-โซ (Stress คำว่า “ปรัน”)
ภาษาไทยแปลว่า อาหารเที่ยง
ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า Lunch




สวัสดีพี่ๆ น้องๆ และท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน
วันนี้ขอพามาที่ร้านกาแฟ น่าสนใจแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครค่ะ
ร้านนี้มีประวัติค่อนข้างยาวนาน ชื่อร้านกาแฟนรสิงห์
Café de Norasingha @ Phyathai Palace

เอิงได้เห็นภาพและอ่านข้อมูลครั้งแรกที่ bloggang นี่เอง
มีพี่ๆ น้องๆ บล็อกเกอร์หลายท่านไปเยี่ยมชม (และชิม)
เห็นภาพครั้งแรกประทับใจในเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
ช่วงอยู่เมืองไทยตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปเยี่ยมร้านกาแฟแห่งนี้ให้ได้ค่ะ


ประวัติโดยย่อของ ร้านกาแฟนรสิงห์ ณ วังพญาไท
(ข้อมูลจาก google.com)
แรกเริ่มนั้นตั้งอยู่ที่มุมสนามเสือป่า
สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
นับเป็นร้านกาแฟ Café แห่งแรกของประเทศไทย
ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่บริเวณพระราชวังพญาไท
โดยใช้สถานที่ที่เคยเป็นอาคารเทียบรถพระที่นั่ง
(ในอดีตนั้นเป็นบริเวณที่ให้สามัญชนเข้ารอ ก่อนที่จะรับเสด็จฯ)

ตัวอาคารของร้านตั้งอยู่หน้า “พระที่นั่งพิมานจักรี”
ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6)

ร้านกาแฟนรสิงห์เคยปิดกิจการไปในสมัย ร.7
แต่ไม่นานมานี้ได้มีการคัดเลือกผู้เข้ามาประกอบการเพื่อมาทำร้านกาแฟ
จึงได้เปิดทำการขึ้นอีกครั้งโดยหุ้นส่วนเอกชน
ปัจจุบัน “นรสิงห์” เป็นทั้งร้านกาแฟ และร้านอาหาร
เปิดให้บริการสำหรับบุคคลทั่วไป


ดูจากการตกแต่งทั้งภายนอกและภายในนั้น
สามารถบ่งบอกถึงสถาปัตยกรรมยุโรปสมัยเก่า
ตัวตึก อาคาร คล้ายๆ กับอาคารของยุโรปตะวันตกในบางเมือง
มีกลิ่นอายของอิตาเลี่ยนนิดๆ
(แต่อิตาเลี่ยนส่วนใหญ่จะเน้นสีน้ำตาล สีเทา สีขุ่นๆ)
เป็นสถานที่ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของสยามประเทศไว้
น่าสนใจ และน่าไปเยี่ยมชมค่ะ




มาชมภาพกันดีกว่า
ด้านหน้า ประตูทางเข้าของ รพ. พระมงกุฏ
เห็น “ร้านกาแฟนรสิงห์” ตึกเล็กข้างหน้า พระที่นั่งพิมานจักรีข้างหลัง

















ร้านกาแฟนรสิงห์ (อีกมุมหนึ่ง)

















พระที่นั่งพิมานจักรี
(มีหลังคาด้านหน้าเชื่อมกับ “ร้านกาแฟนรสิงห์”)

















ทางเข้า “ร้านกาแฟนรสิงห์”

















ประตูทางเข้าร้านกาแฟ
ด้านบนของประตู มีพระนามาภิไทย “๖ รร” หรือ รามราชาธิบดี ๖
คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖

















ป้ายทางเข้าด้านหน้า ร้านกาแฟนรสิงห์ ณ วังพญาไท
Café de Norasingha @ Phyathai Palace



















“นรสิงห์ ยินดีต้อนรับ” ป้ายนี้ตั้งอยู่ในร้านเมื่อเดินเข้ามา

















การตกแต่งภายในของร้าน
ได้บรรยากาศกลิ่นอายตะวันตก และสยามประเทศในอดีต



















มาถึงเมนูอาหารกันบ้าง
(กว่าจะมาถึงรีวิวอาหารได้ แอบนอกเรื่องซะยาว อิอิ
อดไม่ได้ที่จะพูดถึงสถานที่ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์จริงๆ)



“ข้าวและไก่ฮาวายเอี้ยน” จานนี้ของสามีค่ะ
รสชาดเปรี้ยวๆ หวานๆ เค็มๆ มันๆ คุณสามีชอบ บอกว่าอร่อย
เอิงชิมไปหนึ่งคำ ค่อนข้างใช้ได้ ออกหวานนิดนึงแต่ก็โอเคค่ะ

















สปาเก็ตตี้ คาโบนาร่า







สำหรับสปาเก็ตตี้ คาโบนาร่า
อันนี้มีสองความเห็นค่ะ เพราะเอิงทาน และให้สามีชิมด้วย
ความคิดเห็นของเอิง รสชาดกำลังดี ครีมเยอะไปนิด แต่ไม่เป็นไร
เค็มๆ มันๆ อยู่ในมาตรฐานอาหารนานาชาติ


คุณสามี (สัญชาติอิตาเลี่ยนแท้) บอกว่า
ชีสน้อยไป และไม่ใช่ชีสต้นตำหรับ Pecorino Romano (งานเข้าล่ะสิ)
เรื่องของเรื่องคือ สามีชอบสปาเก็ตตี้ คาโบนาร่ามากค่ะ
คุณแม่ของเธอทำให้ทานบ่อยตั้งแต่เด็กๆ
ไอ้เจ้าชีส Pecorino Romano เนี่ย ไม่เคยเห็นทีไหน นอกจากที่อิตาลี
(ชีสนี้ทำจากนมแกะ กลิ่นจะตุๆ เป็นพิเศษ ได้กลิ่นแล้วรู้ทันที)

ขอชี้แจงนิดนึงนะคะว่า เวลาคนอิตาเลี่ยนทานอาหารอิตาเลี่ยนนอกประเทศอิตาลี
เค้าจะระวังและพิจารณาเป็นพิเศษ เกิดเป็น Judgmental mind
(การคิดในแบบตัดสิน วิพากษ์วิจารณ์)
สิ่งนี้คนไทยหลายคนก็เป็นค่ะ หากได้ทานอาหารไทยต่างบ้านต่างแดน
เช่น ที่เมืองไทยไม่มีทำแบบนี้ ที่เมืองไทยต้องปรุงผักแบบนั้น ปรุงเนื้อแบบนี้ ฯลฯ


เพราะฉะนั้น รีวิวเมนูนี้จึงออกเป็นสองความเห็น
คนไทยกิน กะคนอิตาเลี่ยนกิน ออกความเห็นไม่เหมือนกัน










มาดูกันทั้งโต๊ะ มีอะไรหม่ำบ้าง
เครื่องดื่มของเอิงคือ “ชาไทยปั่น” อร่อย หอมหวาน

















เสร็จจากอาหารคาว มาต่อที่อาหารหวาน
เค็กช็อคโกแลต สลับชั้นกับครีม
ถูกใจมาก ถึงรสชาดช็อคโกแลต

















ปิดท้ายด้วยกาแฟ espresso รสเข้มข้น
(เหมือนได้ทานในอิตาลีจริงๆ)










รีวิวร้านอาหารวันนี้ เน้นพาชมสถานที่เยอะหน่อยค่ะ
เพราะมีเอกลักษณ์โดดเด่นจริงๆ ร้านกาแฟแห่งแรกของประเทศไทย
บรรยากาศกรุงเก่า วังโบราณ น่าชื่นชมและประทับใจ
หากใครมีโอกาส ลองแวะไปชมและชิมนะคะ











ปล. พี่ๆ น้องๆ สามารถรับข่าวสารอัพเดททาง Facebook
โดยเข้าไปที่เพจของ Diamondsky Blog ค่ะ

Diamondsky Blog

FB Page




ขอบคุณที่แวะมาทักทาย แล้วเจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ