Sunday, February 5, 2012

เที่ยวชมเมืองแห่งศิลปะที่ฟลอเรนซ์ Florence ประเทศอิตาลี


ภาษาอิตาเลี่ยนวันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า Ponte
อ่านว่า พอน-เต (Stress คำว่า “พอน”)
ภาษาไทยแปลว่า สะพาน
ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า Bridge

 
Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley



สวัสดีค่ะพี่ๆ น้องๆ ที่น่ารักทุกท่าน
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสติดตามคุณสามี แวะไปเที่ยวเมืองสำคัญเมืองหนึ่ง
ถือเป็นดินแดนแห่งศิลปะของประเทศอิตาลี คือ ฟลอเรนซ์ Florence
ภาษาอิตาเลี่ยน Firenze (อ่านว่า ฟิ-เรน-เซ)
ระยะทางห่างจากมิลานประมาณ 320 กิโลเมตร
ขนาดของเมืองนี้ไม่ใหญ่มาก แต่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย
มีผลงานของรูปปั้น ภาพวาดของศิลปินชื่อดังในสมัยก่อนแสดงไว้
เช่น รูปปั้นดาวิด โดย Michelangelo,
ภาพวาดกำเนิดวีนัส โดย Botticelli เป็นต้น

ที่ตั้งนั้นอยู่ในแคว้นทัสคานี Tuscany (ภาษาอิตาเลี่ยน Toscana)
ระหว่างทางที่ขับรถไป เห็นภูมิประเทศสวยงาม เนินเขา ทุ่งหญ้า
มีพื้นที่เกษตรกรรม เช่น ปลูกต้นมะกอกเทศ, ไร่องุ่น ฯลฯ
Tuscany ถือเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นนำของประเทศเลยทีเดียว



มาชมภาพกันดีกว่าค่ะ
Palazzo Vecchio (ปาลาซโซ เวคคิโอ) หรือ Old Palace
ปราสาทเก่าแก่ในเมืองฟลอเรนซ์ สร้างสำเร็จในปี ค.ศ.1322
มีสัญลักษณ์คือหอระฆัง Campanile
ในอดีตใช้เป็นสถานที่แจ้งข่าวสารให้กับชาวเมือง ทางการจะตีระฆังส่งสัญญาณ
หากมีไฟไหม้,น้ำท่วม, ข้าศึกโจมตี ฯลฯ ถือเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญของฟลอเรนซ์

















Piazza della Signoria ปิอาซซา เดลลา ซินญอเรีย
คือลานกว้างบริเวณหน้าปราสาท Palazzo Vecchio
มีผลงานรูปปั้นอันมีชื่อเสียงหลายชิ้นแสดงไว้
ถือเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะ สวยงามและมีเสน่ห์
บริเวณรอบๆ คือ ร้านอาหาร ค้อฟฟี่ช้อบ ฯลฯ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมมากมาย



















ผลงานรูปปั้นชุดนี้มีชื่อว่า Neptune Fountain
สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1575 ตั้งตามชื่อเจ้าแห่งทะเลของโรมัน คือ Neptune
เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของชาวทัสคันด้านการเดินเรือ

















รูปปั้น David โดย Michelangelo
ซึ่งที่เห็นนี้ที่ Piazza della Signoria เป็นรูปปั้นจำลอง
ของจริงนั้นอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Accademia ของเมืองฟลอเรนซ์
ย้ายเข้าสู่ที่ร่มเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัยในการดูแลรักษา

















รูปปั้น Perseus
สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1554 โดยศิลปินชาวอิตาเลี่ยนชื่อ Cellini
เป็นรูปปั้นของเทพเจ้า Perseus เอาชนะศัตรูด้วยการตัดหัวของนาง Medusa
(ดูน่ากลัวนิดๆ นะคะ ... แต่อยากเอามาให้ชม เพราะมีชื่อเสียงมากพอสมควรค่ะ)

















รูปปั้นของ Grand Duke Cosimo I
สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1595
ท่านนี้เป็นเป็นผู้ปกครองคนสำคัญของแคว้นทัสคานีในอดีต

















รถม้าที่มีให้เห็นหลายๆ แห่งในบริเวณลานสำคัญของเมือง
ส่วนใหญ่ใช้บริการนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ
(มีแบ็คกราวน์เป็นร้านชาเนล อยู่ข้างหลัง อิอิ ศิลปะกับแฟชั่นไปด้วยกันได้
เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของฟลอเรนซ์จริงๆ)

















พิพิธภัณฑ์ Uffizi รวมรวมผลงานภาพเขียน รูปปั้นสำคัญๆ ในอดีต
เช่น จากศิลปิน Leonardo Da Vinci, Michelangelo, Donatello, Raphael ฯลฯ
(นี่คือชื่อศิลปินอิตาเลี่ยนจริงๆ นะคะ...
ฟังดูเหมือนชื่อนินจาเต่า Turtle Ninjas ใครยังจำการ์ตูนเรื่องนี้ได้บ้าง 555+)
เอิงเคยเข้าไปเที่ยวแล้วเมื่อปี ค.ศ.2005 ต้องใช้เวลาทั้งวันในการเข้าดู
หากใครอยากไปเที่ยวชมแนะนำให้ไปเช้าๆ เพราะคนต่อแถวเยอะมาก
แม้ในฤดูหนาวก็ยังมีคนมาเที่ยวตลอดปี

















(Credit ภาพจาก http://www.paintingsite.net)
The Birth of Venus โดย Botticelli ที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Uffizi

















Ponte Vecchio อ่านว่า พอนเต เวคคิโอ
Ponte = Bridge, Vecchio = Old
(คำศัพท์อิตาเลี่ยนวันนี้ Ponte แปลว่า สะพาน)

Ponte Vecchio สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1345
โดยนักออกแบบชื่อ Teddeo Gaddi  คือ สะพานเก่าแก่ที่สุดของเมือง
เป็นสะพานเดียวของฟลอเรนซ์ที่รอดพ้นการทำลายจากช่วงสงครามโลกมาได้
ปัจจุบันกลายเป็นจุดชมวิว แหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง




















โบสถ์ Santa Croce (ซานตา โครเช)
สถานที่เก่าแก่ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1294
ลวดลายด้านหน้า façade ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมด้วยหินอ่อน
สถานที่นี่เป็นหลุมฝังศพบุคคลสำคัญๆ เช่น Galileo เป็นต้น

















Duomo ของเมือง Florence
(บันทึกภาพ ณ วันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2555 - อุณหภูมิ 8c)
สร้างในแบบ Neo Gothic  มีหอระฆังสูง 85m อยู่ด้านข้าง
บริเวณภายนอกตกแต่งด้วยหินอ่อน หินแกะสลัก
เป็น Catheral of Florence โบสถ์หลักของเมือง



















อาคารด้านหน้า Duomo คือตึก Baptistry
เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาในอดีต เช่น การบัพติสมา เป็นต้น

















มีรถม้าวิ่งอยู่บริเวณรอบ Duomo
เห็นแทบทุกพื้นที่ในลานต่างๆ ของเมือง

















สัญลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของ Duomo เมืองฟลอเรนซ์คือ
โดมที่อยู่ด้านหลัง ออกแบบโดยศิลปิน Brunelleschi
ส่วนที่เป็นโดมสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1436
ด้านในมีบันได 463 ขั้นเพื่อปีนขึ้นไปบนยอดโดม



















ถนนช้อปปิ้งที่สำคัญของเมือง ชื่อถนน Via Tornabuoni
มีร้านค้าแบรนด์ดังตั้งอยู่ รวมทั้งแบรนด์ต้นกำเนิดจากเมืองฟลอเรนซ์
คือ Salvatore Ferragamo
ใกล้ๆ กันนั้นมีพิพิธภัณฑ์รองเท้า Museo Ferragamo
ให้คนทั่วไปเข้าชมได้ด้วย ทางเข้าคือ Piazza Santa Trinita 5r
เวลาเปิด 10.00-18.00 น. (ปิดวันอังคาร) ราคาตั๋วต่อคน 5 euro
เอิงได้เข้าไปชมแล้ว น่าสนใจมากที่เดียว มีรองเท้าสวยๆ ทั้งแบบวินเทจ สมัยใหม่
รวมทั้งมีห้องวิดีโอขนาดเล็ก ฉายฟิล์มเกี่ยวกับรองเท้าให้ชมกันด้วย















ขนมหวานอันมีชื่อของแคว้นทัสคานีคือ
Cantucci และ Vin Santo

Cantucci  (คัน-ทุช-ชี่)
คือ ขนมอบคล้ายคุ้กกี้แต่ค่อนข้างแข็ง มีถั่วอัลมอนด์เป็นส่วนผสม
Vin Santo (วิน ซานโต)
คือ ไวน์รสหวาน สีน้ำตาลอ่อน ใช้รับประทานกับของหวานหลังอาหาร

















Panforte (ปัน-ฟอร์-เต)
ขนมหวานจากเมือง Siena ในแคว้นทัสคานี
เป็นลักษณะเหมือนแป้งเหนียวๆ ผสมด้วยถั่วอัลมอนด์ ผลไม้แห้ง
และมีกลิ่นเครื่องเทศจาก cinnamon, nutmeg ฯลฯ
นิยมโรยน้ำตาลไอซิ่งก่อนรับประทาน

















ภาพทิวทัศน์จากชานเมือง Florence
เห็น Duomo และยอดโดมมาแต่ไกล ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนี้ทีเดียว
(ภาพนี้ถ่ายเมื่อเช้าวันเสาร์ 28 มกราคม 2555 – อุณหภูมิ 9c)

























*Thank You*
ขอบคุณ คุณตุ้ย “tui/Laksi” สำหรับนิตยสาร Food of Life
คุณตุ้ยส่งมาให้จากเมืองไทย เพราะเห็นเอิงติดใจคอลัมน์ร้านอีสาน Chic
ถูกใจมากมาย อ่านแทบไม่วางเลย เพราะนานๆ จะได้มีนิตยสารภาษาไทยที่บ้าน อิอิ
ขอบคุณคุณตุ้ยอีกครั้งค่ะ

















ขอบคุณ น้องฝน namfaseefoon
สำหรับการ์ดจากเมืองไทย ภาพถ่ายดอกหญ้ากลางทุ่ง
เป็นน้องสาวที่น่ารักสม่ำเสมอ ถ่ายภาพธรรมชาติได้สวยงาม
แถมมีฝีมือในการวาดภาพอีกด้วย ขอบคุณน้องฝนอีกครั้งค่ะ


















ขอบคุณ คุณบุ๊ง Close to Heaven
เจ้าแม่ขนมปังคนเก่งแห่งบล็อกแกงค์
ได้รับการ์ดอวยพรปีใหม่เมื่อไม่นานมานี้
ขอบคุณคุณบุ๊งมากๆ ค่ะ

















ขอบคุณ พี่ตา “เกลือหนึ่งกำน้อย”
พี่สาวที่น่ารักจากประเทศนอร์เวย์ รู้จักกันผ่านทางบล็อกแกงค์
ส่งของที่ระลึกมา คือซองใส่มือถือ หรือใส่ตังค์ก็ได้ อิอิ
น่ารักน่าใช้มากมาย อันนี้เป็นเซอร์ไพรส์สุดๆ ขอบคุณพี่ตามากค่ะ












เมืองฟลอเรนซ์เป็นเมืองขนาดเล็ก แต่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ
อาจเพราะมีผลงานศิลปะอันมีชื่อเสียงแสดงไว้มากมาย
รวมทั้งบรรยากาศเงียบสงบ ไม่วุ่นวายแบบเมืองใหญ่
แม้เป็นเมืองขนาดเล็ก แต่ก็มีเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร
หากท่านผู้อ่านมีโอกาสมาเที่ยวอิตาลี อย่าลืมแวะไปที่นั่นนะคะ

ปล. เอนทรี่นี้อยู่ใน สาขาไกลบ้าน/ชีีวิตในต่างแดน ค่ะ


Wednesday, January 25, 2012

เที่ยวชมเมืองสุดสัปดาห์ที่กรุงปารีส Paris ประเทศฝรั่งเศส


ภาษาอิตาเลี่ยนวันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า Viaggio
อ่านว่า วิ-ยาจ-โจ (Stress คำว่า “ยาจ”)
ภาษาไทยแปลว่า ทริป, การเดินทาง
ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า Trip, Voyage Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley


สวัสดีค่ะพี่ๆ น้องๆ ที่น่ารักทุกท่าน
ขอบคุณหลายๆ คนที่เข้ามาอวยพรช่วงตรุษจีนนะคะ
ต้องขออภัยที่ไม่ได้ตอบคอมเมนต์กลับช่วงก่อนหน้านี้
เพราะเพิ่งเดินทางกลับถึงบ้านคืนวันจันทร์ (23 ม.ค.) ที่ผ่านมานี่เอง

สุดสัปดาห์ที่แล้ว มีโอกาสไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านของอิตาลี
คือ ประเทศฝรั่งเศส
ทริปนี้เป็นทริปสั้นๆ ที่เอิงติดตามคุณสามีไปกรุงปารีส
เน้นเดินเที่ยว ดูสถานที่สำคัญของเมือง
อากาศไม่หนาวอย่างที่คิด ประมาณ 6-8c
(แต่ไม่ค่อยมีแดดเท่าไหร่... ภาพอาจดูมืดมัวนิดนึง)


มาชมภาพกันดีกว่าค่ะ
Arc de Triomphe
ประตูชัยที่โดดเด่นอยู่บนถนน Champs-Elysées
ถูกสร้างในยุคเรืองอำนาจของนโปเลียน เริ่มก่อสร้าง 1806
และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ.1836

















คืนวันอาทิตย์ 22 ม.ค.
มีโอกาสไปล่องเรือไปตามแม่น้ำเซน ชมเมืองปารีสยามค่ำคืน
เห็นหอไอเฟล Tour Eiffel สว่างไสวมาแต่ไกล

















โบสถ์ Notre-Dame อันมีชื่อเสียง
เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1163 เคยถูกทำลายบางส่วน
จากสงครามและไฟไหม้ ต่อมาในยุคนโปเลียน ปี ค.ศ.1804
ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ จนกลายเป็นสถานที่สำคัญมาจนถึงปัจจุบัน

















Hôtel de Ville
สถานที่ทำการทางราชการของเมือง
(Municipal Headquarters of the city)
สร้างขึ้นในสไตล์ Renaissance ช่วงศตวรรษที่ 16

















Musée d’Orsay
พิพิธภัณฑ์ด้านศิลปะภาพวาด รูปปั้น ฯลฯ จากศตวรรษที่ 19
มีผลงานจากศิลปินอันมีชื่อเสียงมากมาย เช่น
Vincent Van Gogh, Monet, Renoir ฯลฯ

















สะพาน Pont Alexandre III
สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่กษัตริย์ Czar Alexander III ปี ค.ศ.1896
ในสมัยยุครุ่งเรืองของการเป็นมิตรระหว่างประเทศรัสเซียและฝรั่งเศส

















เรือล่องแม่น้ำเซนในกรุงปารีส Bateaux-Mouches
มีนักท่องเที่ยวมากมายตลอดปี ไม่เว้นแม่แต่ในฤดูหนาว

















หอไอเฟล Tour Eiffel
บันทึกภาพจากวันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2555
อุณหภูมิประมาณ 7c (ฟ้าสีเทาเล็กน้อย)



















ภาพนี้แอบถ่าย คุณตำหนวดฝรั่งเศส อิอิ
หน่วยรักษาการณ์รอบๆ หอไอเฟล Tour Eiffel
(ซูมไกลนิดนึง... ไม่กล้ายืนใกล้ นู๋กลัว 555+)

















Grand Palais
สร้างในปี ค.ศ.1900 เป็นสถานที่สำคัญจัดงานสำคัญต่างๆ
เช่น การแสดงงานศิลป์, exhibtions นานาชาติ ฯลฯ

















ถนน Champs-Elysées
ถนนสายสำคัญและสวยงามของเมืองปารีส
คึกคักไปด้วยร้านค้าชั้นนำ ร้านอาหาร คอฟฟี่ช้อป ฯลฯ

















บรรยากาศรอบๆ แม่น้ำเซน หน้าหอไอเฟล Tour Eiffel
(ในวันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2555)
มีเรือท่องเที่ยวแล่นผ่านไปมา และมีสวนสนุกเล็กๆ สำหรับเด็กอีกด้วย



















Opéra Garnier
โรงละครใหญ่ของปารีส จัดการแสดงโอเปร่า
ละครร้อง, การเต้นบัลเล่ย์ ฯลฯ
สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1862 จัดการแสดงระดับประเทศหลายรายการ
เป็นแหล่งดึงดูดสำคัญสำหรับผู้ชื่นชมการแสดงละครโอเปร่า

















Galeries Lafayette
ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของกรุงปารีส
เต็มไปด้วยสินค้าจากแบรนด์ดังของโลก เช่น Chanel, LV, Dior ฯลฯ
(เดินดูอย่างเดียวค่ะ ไม่กล้าซื้อ...กระเป๋าฉีกแน่นอน 555+)

















ร้าน Apple Store ตั้งอยู่ในอาคารโบราณ
อยู่ไม่ไกลจาก Opéra Garnier
(นานๆ เห็นร้าน Apple Store ตั้งอยู่ในตึกย้อนยุค ดูเก๋ไปอีกแบบ)

















ร้าน Ladurée ที่กรุงปารีส ตั้งอยู่บนถนน Champs-Elysées
เป็นทั้งร้านอาหาร ร้านขายขนม macarons
(คืนวันเสาร์ 21 มกราคม ...มีฝนตกนิดหน่อย)



















Macarons ในร้าน Ladurée ตั้งเป็นรูปทรงเจดีย์
มีของทานเล่น ของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ จากร้านขายอีกด้วย

















Macarons จาก Ladurée ทำเก๋ มีทองปิด 555+
เป็น edible gold ...รับประทานได้ค่ะ
















Smiley *Thank You* Smiley
เพื่อนบล้อกเกอร์ คุณ Pinky และพี่หยี (น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา)
สำหรับการ์ดจากเมืองไทยที่ส่งมาในช่วงปีใหม่
ภาพสวย ประทับใจ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ



















ขอบคุณ “หนึ่ง” AdrenalineRush
สำหรับการ์ดอวยพรปีใหม่ ...ภาพทุ่งดอกไม้สีเหลืองสดใส
อยากฝากเพื่อนๆ ลองเข้าไปดูบล็อกของเพื่อนคนนี้ ภาพสวยสุดยอดค่ะ


















ขอบคุณ “พี่อุ้ม” จากบล็อกอุ้มสี
หลายคนคงรู้จักพี่อุ้มดีถึงความน่ารัก มิตรภาพไมตรี
พี่อุ้มส่งการ์ดมาอวยพรช่วงปีใหม่ ขอบคุณมากๆ ค่ะ













ขอสุขสันต์วันตรุษจีนย้อนหลังให้กับพี่ๆ น้องๆ อีกครั้ง
ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทายกันเสมอ
ช่วงนี้อาจตอบคอมเมนต์ช้าไปบ้าง ไม่ว่ากันนะคะ
(ไปเที่ยวซะหลายวัน อิอิ...ตอนนี้เพิ่งกลับมาถึงบ้าน)
ไว้จะตามเข้าไปทักทายแต่ละท่านถึงบล็อกแน่นอนค่ะ

ปล. เอนทรี่นี้อยู่ใน สาขาไกลบ้าน/ชีีวิตในต่างแดน ค่ะ

Tuesday, January 17, 2012

อาหารตรุษจีน: หมูกรอบและขนมเข่ง


ภาษาอิตาเลี่ยนวันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า Cina
อ่านว่า ชี-นา (Stress คำว่า “ชี”)
ภาษาไทยแปลว่า ประเทศจีน
ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า China

Cinese ชี-เน-เส (Stress คำว่า “เน”)
คำวิเศษณ์ adjective แปลว่า จีน, ภาษาจีน, สิ่งที่เกียวข้องกับประเทศจีน

Cinese ชี-เน-เส (Stress คำว่า “เน”) คำนามเอกพจน์ แปลว่า คนจีนหนึ่งคน
Cinesi ชี-เน-สิ (Stress คำว่า “เน”) คำนามพหูพจน์ แปลว่า คนจีนหลายคน







สวัสดีค่ะพี่ๆ น้องๆ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน
โครงการ 9W แม่มดกลับมาพบกันอีกแล้วในเดือนมกราคม
โจทย์เดือนนี้คือ “อาหารตรุษจีน”
เมื่อเอิงได้รับแจ้งข่าวสารเรื่องนี้ ต้องเตรียมตัวทำการบ้านทันที
เนื่องจากไม่ค่อยถนัดทำอาหารจีน (ถนัดกินอย่างเดียว 555+)
เสิร์ชทางกูกเกิ้ล อ่านจาก bloggang และดูตัวอย่างหลายๆ เมนู
เรื่องที่ท้าทายที่สุดนั้นคือ การหาส่วนประกอบในการทำ

ที่มิลานมีไชน่าทาวน์ ย่านถนน Via Paolo Sarpi
ที่นั่นมีร้านขายของเอเชียอยู่ พอเป็นที่พึ่งทางใจได้บ้าง อิอิ
(อาหารไทย อาหารจีน ฯลฯ มีให้เลือกพอสมควร)
ในที่สุดก็มาลงตัวกับเมนู “หมูกรอบ” และ “ขนมเข่ง”


“หมูกรอบ”
ต้องเลือกเนื้อหมูที่ติดกับหนัง งานนี้ไม่ง่ายอีกแล้ว
ในอิตาลีคนไม่ค่อยทานหนังหมูกัน หรือ หมูที่ขายอยู่นั้นไม่ติดหนัง
แต่ในที่สุดก็เจอร้านขายเนื้อสัตว์ที่ยอมให้หนังหมูติดมา อิอิ
(คนขายมองหน้านิดๆ คุณจะกินหนังหมูจริงหรือ... มาจากประเทศอะไรเนี่ย 55+)
เอาน่า ขายๆ มาเถอะ... เนื้อหมูติดหนัง...จะเอามาทำหมูกรอบน่ะ




สูตร “หมูกรอบ”
เจอสูตรจากคุณพิม @ - ENYA - @ ติดใจมาก ขอทำตามเลยค่ะ
(มีดัดแปลงนิดหน่อย เนื่อจากน้ำมันปาล์มหาไม่ได้ ใช้น้ำมันมะกอกแทน)
สูตรต้นฉบับจาก “คุณพิม”
อยู่ในลิงค์นี้ สูตรหมูกรอบ จาก "คุณพิม" @ - ENYA - @

ส่วนผสม
หมูสามชั้น 1 แผ่น หนักประมาณ 1.5 กิโล
น้ำเปล่า 10 ถ้วย
เกลือป่น 75 กรัม
น้ำมันมะกอกสำหรับทอด (เยอะมากๆ)

วิธีทำ
เริ่มต้นด้วยการเอาน้ำเปล่าผสมกับเกลือป่นใส่ภาชนะที่จะใช้ต้มหมู
ตั้งให้เดือด แล้วก็ใส่หมูสามชั้น (ที่ขูดขนออกหมดแล้ว และล้างสะอาดแล้ว)
ลงไปต้ม ใช้ไฟกลาง ต้มประมาณ 45 นาที

พอต้มครบ 45 นาที ก็เอาขึ้นพักวางบนตะแกรงโปร่ง
นำไปตากแดดจัด 1 ชม. จนหนังหมูมีความแห้งในระดับแห้งหมาดๆ
(อันนี้เอิงดัดแปลง ที่บ้านไม่มีแดด นำไปอบในตู้อบแทน
อบ 60c ประมาณ 15 นาที)

จากนั้นก็นำมาทอดในน้ำมัน เยอะๆ โดยเอาด้านหนังลงไปก่อน
ช่วงแรกใช้ไฟกลางค่อนมาทางแรงประมาณ 70%
พอด้านหนังเหลืองดี ก็พลิกกลับอีกด้านลงไปทอด
และลดไฟลงเหลือประมาณ 60%
พอทอดเหลืองแล้วทั้งสองด้าน ก็ตักขึ้นพักไว้บนตะแกรง ให้สะเด็ดน้ำมัน
เนื้อหมูที่ได้จะเป็นแบบกรอบนอกนุ่มใน อร่อยทีเดียว




ภาพเนื้อหมูติดหนัง
(หนังได้มาน้อย จริงๆ อยากได้กว่านี้ แต่ที่ร้านบอกไม่มี หยวนๆ นะคะ)

















เอาเนื้อหมูไปต้มก่อน ต้มประมาณ 45 นาที



















ตามสูตรต้นฉบับ ต้องนำไปตากแดด 1 ชั่วโมง
แต่แดดที่บ้านไม่มี ก็เลยนำไปเข้าเตาอบแทนค่ะ
(อบ 60c ประมาณ 15 นาที)

















อบเสร็จ นำไปทอดในกระทะ
ตอนทอดไม่ได้ถ่ายรูป เพราะน้ำมันกระเด็นเยอะมาก อิอิ
(ต้องใช้ฝาหม้อบังหน้าไว้ กลัวโดนน้ำมัน 555+)
แต่น...แต๊น... ออกมาแล้ว หมูกรอบ กรอบนอกนุ่มใน

















หมูกรอบหั่นเป็นชิ้นๆ ทานเปล่าหรือทานกับข้าสวยก็อร่อย
เอิงกับคุณสามีลองทานกับน้ำจิ้มไก่ อรุย รสชาดดี เข้ากับน้ำจิ้มแบบไทยๆ
















มีอาหารคาวแล้วต้องมีอาหารหวาน
ขนมยอดฮิตสำหรับเทศกาลตรุษจีนที่ทุกท่านรู้จักดี
คือ “ขนมเข่ง”

งานนี้เอิงแวะไปไชน่าทาวน์ 2 รอบ
ภาระกิจตามล่าหา “ใบตอง”... มารอบแรก อาแปะเฝ้าร้านบอกว่าไม่มี
มีแต่ใบเตย ใช้ได้มั้ย --- เอิงตอบไปว่า “ม่ายล่ายๆ อั๊วะอยากได้ใบตอง”
ต่อมาแวะไปอีก... อาแปะมองหน้า “บอกแล้วไง ม่ายมีใบตอง ลื้อจะเอาไปทำอะไร”
เอิง “อั๊วะจะเขาไปทำขนมตรุษจีน ขนมเข่ง เฮียรู้จักมั้ย”
(ปรินท์ภาพจากอินเตอร์เน็ตมาให้ดู)
อาเฮียส่ายหน้า หัวเราะขำๆ บอกว่า “ลื้อใช้ถ้วยได้น่า ถ้วยที่ทำ Panna Cotta ไง”
เอิง “จริงเหรอเฮีย... ถ้วยทำขนมอิตาเลี่ยนเนี่ยนะ”
อาแปะเฝ้าร้าน “จริงสิ... บ้านอั๊วะก็ทำ ไม่ยากส์เลย ลื้อลองดูน่า”
(อยู่อิตาลีต้องรู้จักประยุกต์หน่อย อิอิ สรุปแล้วใช้ถ้วยอลูมิเนียม
ที่ใช้ทำ Panna Cotta ค่ะ ถ้วยนี้มีขายเยอะ ตามซุปเปอร์ต่างๆ มีเต็มไปหมด)





มาดูสูตรกันดีกว่า
“ขนมเข่ง” ส่วนประกอบ
แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม
น้ำ 2 ½ ถ้วย
น้ำตาลทราย 3 ½ ถ้วย

วิธีทำ
ผสมแป้งและน้ำตาลใส่อ่างผสม แล้วค่อยๆ เทน้ำใส่
คนให้เข้ากัน หรือใช้ตะกร้อมือตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน
เอาถ้วยอลูมิเนียมทาน้ำมันให้ทั่ว ค่อยๆตักแป้งที่ละลายแล้วใส่จนเกือบเต็ม
ตั้งน้ำให้เดือดในรังถึง นึ่งขนมประมาณ 30 นาที
ควรใช้ไฟปานกลาง(น้ำเดือด)ในการนึ่ง
ถ้าใช้ไฟแรงเกินไปอาจทำให้หน้าขนมไม่เรียบ

เมื่อขนมเย็นแล้ว เอาสีแต้มมาเติมเป็นจุดตรงกลาง
ตกแต่งเพื่อความสวยงาม





มาชมภาพกันค่ะ
ส่วนประกอบ คือ แป้งข้าวเหนียว น้ำเปล่า น้ำตาล
(ประยุกต์ใช้ถ้วยอลูมิเนียมแทนใบตอง)

















คนส่วนผสมให้เข้ากัน (แป้ง น้ำเปล่า น้ำตาล)

















นำไปใส่ถ้วย นึ่งประมาณ 30 นาที
จากนั้นตั้งพักไว้ให้เย็น



















เติมจุดสีแดง (สีผสมอาหาร) เพื่อความสวยงาม
คนจีนเชื่อว่าเป็นการเพิ่มความเป็นศิริมงคล



















อาหารตรุษจีนสำหรับวันนี้
“หมูกรอบ” และ “ขนมเข่ง”

















ซินเจียยู่อี่ ซินนี่ฮวดไช้
สุขสันต์วันตรุษจีนแด่พี่ๆ น้องๆ ทุกท่านค่ะ














เอาคลิปเพลงมาฝากค่ะ
อันนี้ไม่เกี่ยวกับวันตรุษจีน อิอิ แต่ชอบเพลงนี้จัง
“เทียนมีมี่” เพลงจีนอมตะ คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยิน
วันก่อนเจอคลิปทางยูทูป เปิดให้คุณสามีฟัง
(เค้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย...เชยจัง 555+)
ตอนนี้กลายเป็นว่าคุณเธอชอบมาก ผิวปากเป็นเพลงเทียนมีมี่ได้แล้ว
แสดงว่าติดหูจริงๆ อยากเอามาฝากพี่ๆ น้องๆ กันด้วยค่ะ