Monday, November 25, 2013

เที่ยวเมืองตอรีโน่(ตูริน) Torino/Turin เมืองหลวงเก่าของประเทศอิตาลี


ภาษาอิตาเลี่ยน
วันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า Città
อ่านว่า ชิต-ต้า (Stress คำว่า “ต้า”)
ภาษาไทยแปลว่า เมือง
ภาษาอังกฤษ คือ City


สวัสดีพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ที่รักทุกท่านค่ะ
วันนี้อยากจะพาไปเที่ยวเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของอิตาลี
คือเมืองตูริน Turin (ภาษาอิตาเลี่ยน ตอรีโน่ Torino)
เมืองนี้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมิลานมาก ประมาณ 150 กิโลเมตร
พิกัดอยู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ในเขต Piedmond (ภาษาอิตาเลี่ยน Piemonte)

การเดินทาง
จากมิลาน สามารถเดินทางได้โดยรถไฟ
รถไฟเร็ว FrecciaRossa/FrecciaBianca ใช้เวลาประมาณ 50 นาที (ราคาตั๋ว 25-35 ยูโร)
รถไฟธรรมดา Regionale ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที (ราคาตั๋ว 11.50 ยูโร)
ขึ้นรถจากสถานี Milano Centrale หรือ Milano P.Garibaldi
ไปลงที่สถานี Torino Porta Nuova
หรือถ้าจะไปทางรถยนต์ ก็สามารถไปทางหลวง A4 Milano-Torino
แนะนำให้ไปรถไฟซึ่งสะดวกกว่าเพราะมีรถไฟทุกชั่วโมงเชื่อมระหว่าง 2 เมืองนี้ค่ะ



ข้อมูลโดยสังเขปของเมืองตอริโน่ (ตูริน) Torino/Turin
มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ก่อนสมัยคริสตศักราช
เคยตกอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันโบราณ
ในศตวรรษที่ 16 ได้กลายเป็นที่พำนักหลักของราชวงศ์ซาวอย Savoys (Savoia)
ซึ่งเป็นราชวงศ์หนึ่งที่มีความมั่งคั่งรุ่งเรืองในทวีปยุโรป
ปี ค.ศ. 1574-1620 กษัตริย์ Charles Emanuel I (Carlo Emanuele I)
ได้ทำการปฎิรูปเมือง สร้างถนน ปราสาท ที่ทำการราชการมากมาย
ที่ยังดำรงไว้จนถึงปัจจุบันนี้
กษัติย์องค์แรก Vittorio Emanuele II เคยพำนักอยู่ในเมืองนี้
เมืองครั้งอิตาลีได้ทำการรวมประเทศขึ้น
ปี ค.ศ.1861-1864 ตอรีโน่คือเมืองหลวงของประเทศอิตาลี
ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองอุตสาหกรรมสำคัญทางภาคเหนือ
มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามามากมาย
เพื่อเข้าชมปราสาท พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจต่างๆ
เช่น พิพิธภัณฑ์อียิปต์ Museo Egizio, 
พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับผ้าห่อพระศพพระเยซู Museo della Sindone
หอคอยสัญลักษณ์ของเมืองตูริน Mole Antonelliana เป็นต้น

มาชมภาพกันดีกว่าค่ะ
ตึกสูงอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองตอรีโน่ (ตูริน)
ชื่อ Mole Antonelliana (โมเล อันโทเนลลีอาน่า)









Mole Antonelliana
เป็นตึกที่มีพิพิธภัณฑ์อยู่ภายใน เช่น
National Cinema Museum (Museo Nazionale del Cinema
แสดงภาพและผลงานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในอิตาลีและต่างประเทศ
ตึกสูงนี้ตั้งชื่อตามสถาปนิผู้ก่อสร้าง ชื่อ Alessandro Antonelli
ความสูงประมาณ 167.5 เมตร


หากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวเมืองตอรีโน่
เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ Torino Porta Nuova
แนะนำให้เดินตรงขึ้นมาทางเหนือ โดยผ่านถนน Via Roma
ซึ่งเป็นถนนที่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ตั้งอยู่มากมาย



รูปปั้น San Carlo และรูปปั้น San Cristina
ทางเข้าไปสู่ลานกว้าง Piazza San Carlo










บริเวณลานกว้าง Piazza San Carlo
ในวันที่อากาศดี จะมีคนออกมานั่งเดิน เดินเล่นมากมาย







โบสถ์ Santa Cristina และโบสถ์ San Carlo
ตั้งอยู่ในบริเวณลานกว้างซาน คาร์โล









ตึกอาคารมีลวดลายสถาปัตยกรรมสวยงามในบริเวณลานซาน คาร์โล










รูปปั้น Emanuel Philibert (ภาษาอิตาเลี่ยน Emanuele Filiberto)
มีตำแหน่งเป็น Duke of Savoy ในปี ค.ศ.1553-1580
ตั้งอยู่ในบริเวณ Piazza San Carlo








วังมาดามา Palazzo Madama
ตั้งอยู่ในบริเวณลานกว้าง Piazza Castello
ซึ่งเป็นวังเก่าในอดีต ที่อยู่ของพระญาติในราชวงศ์ซาวอย
ปัจจุบันกลายเป็นสมบัติของราชการ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้สนใจเข้าชมได้
Museo Civio di Arte Antica (Municipal Museum of Antique Art)
มีภาพวาด ผลงานศิลปะจากสมัย Middle Age ถึงสมัยศตวรรษที่ 18








Palazzo Reale (Royal Palace)
วังเก่า เคยเป็นที่พำนักของกษัตริย์หลายองค์ในราชวงศ์ซาวอย
สร้างในสมัยศตวรรษที่ 17








รูปปั้น Dioscuri อยู่หน้าทางเข้าของ Palazzo Reale









ด้านข้างของลานกว้าง Piazza Reale
มีป้ายเล่ารายละเอียดของกษัตริย์ Vittorio Emanuele II
ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์แรก เมื่อครั้งรวมชาติของประเทศอิตาลี








โบสถ์ซานลอเรนโซ Chiesa di San Lorenzo
ตั้งอยู่ใกล้กับ Royal Palace








Duomo di Torino
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Cathedral of San Giovanni
เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองตอรีโน่
ใช้เป็นที่เก็บผ้าที่เชื่อกันว่าเป็นผ้าห่อพระศพของพระเยซู
รู้จักกันในนามว่า Shround of Turin (La Santa Sindone)
ไม่มีภาพภายในนะคะเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูป ถ่ายมาแต่ด้านนอกค่ะ










ประตูพาลาตีน่า Porta Palatina
ในศตวรรษที่ 1 เคยใช้เป็นประตูป้อมปราการ คอยดูข้าศึกหากมีการรุกราน
ปัจจุบันกลายเป็น Archeological Site
รอบๆ มีสวนกว้าง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งหนึ่งของเมือง








โรงละคร Teatro Reggio
สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 สมัยกษัตริย์ Carlo Emanuele III
เคยถูกไฟไหม้ และทำลายช่วงสงครามโลก ต่อมาทางการได้บูรณะขึ้นใหม่
ปัจจุบันใช้ทำการแสดงละครเวที ละครโอเปร่า ฯลฯ







ส่วนหนึ่งของลานกว้าง Piazza Vittorio Veneto
มีอาคารโบราณ ลวดลายสวยงามตั้งอยู่มากมาย








สะพาน Ponte Vittorio Emanuele I ข้ามแม่น้ำ Po









โบสถ์ Gran Madre di Dio
ตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ Po ต้องเดินข้ามสะพานไป









แอบถ่ายนกพิราบ เกาะสายไฟอยู่หน้าโบสถ์ Gran Madre di Dio
เห็นบางตัวกำลังนอนหลับอยู่ด้วยค่ะ








สะพานอีกแห่งหนึ่ง คือสะพาน Ponte Umberto I








ถ่ายรูปวิวแม่น้ำ Po ซึ่งเป็นแม่น้ำไหลผ่านเมืองตอรีโน่
ถือเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในอิตาลี
สะพานที่เห้นด้านหน้าคือ สะพาน Ponte Vittorio Emanuele I










การจราจรช่วงบ่ายของเมืองตอรีโน่
เห็นไกลๆ คือสะพาน Umberto I








ประตูชัยอยู่ด้านข้างของสวนสาธารณะ Parco del Valentino
(ชื่อนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับดีไซเนอร์วาเลนติโน่นะคะ อิอิ)








ภายในสวนสาธารณะวาเลนติโน่ Parco del Valentino
เห็นใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม











ภายในสวนสาธารณะนี้มีเมืองจำลอง สร้างแบบยุคกลาง
มีวังโบราณ Castello del Valentino
ห้องต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงเครื่องมือเครื่องใช้ ชีวิตของคนในอดีต
(บล้อกนี้ไม่มีภาพนะคะ เพราะรายละเอียดเยอะ สามารถเขียนได้อีกบล้อกนึงเลย
ไว้โอกาสหน้า ถ้ามีเวลาจะเอารายละเอียดมาฝากกัน)


Trivia สาระน่ารู้เกี่ยวกับเมืองตอรีโน่ Torino/Turin
- เป็นเมืองหลวงเมืองแรกของอิตาลีหลังการรวมชาติ ปี ค.ศ.1861-1864 ก่อนที่จะย้ายไปเมืองมอนซ่า และต่อด้วยกรุงโรมจนถึงปัจจุบัน
- เป็นเมืองก่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ยี่ห้อ FIAT ชื่อเต็มย่อมาจาก Fabbrica Italiana Automobili Torino ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1899
- เป็นที่ตั้งทีมฟุตบอลที่หลายคนรู้จักกันกันดีคือ ทีม Juventus ชุดประจำทีมคือเสื้อลายทางยาว ขาว-ดำ จึงได้ชื่อว่าทีมม้าลาย
- เคยจัดงานโอลิมปิคฤดูหนาว Torino 2006


ภาพรถไฟหวานเย็น วิ่งระหว่างเมือง Milano-Torino
มีลวดลายด้านข้าง สวยงาม ชวนนักท่องเที่ยวให้มาเยือน










รถไฟเร็ว FrecciaBianca ใช้เวลา 50 นาที
หลายคนนิยมใช้บริการ นั่งสบาย แถมวิ่งเร็วอีกต่างหาก







ของหวานที่ชาวอิตาเลี่ยนหลายคนรู้จักกัน
ต้นกำเนิดจากเมืองตอรีโน
ชื่อ จานดูยา Gianduia หรือ จานดูย็อตติ Gianduiotti
เป็นช็อคโกแลตรูปสามเหลี่ยมยาว คล้ายเรือคว่ำ
หลายคนนิยมซื้อเป็นของฝากค่ะ









นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ ที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา
เพราะเคยไปเที่ยวแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่อยากแนะนำให้ผู้สนใจลองแวะไปดู เช่น
- พิพิธภัณฑ์อียีปต์ Museo Egizio มีโบราณวัตถุน่าสนใจจากอารยธรรมอียิปต์โบราณมากมาย
- พิพิธภัณพ์ Museo della Sindone เล่าเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับผ้าห่อพระศพพระเยซู และหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายอย่างที่ยืนยันถึงการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนชีวิตของพระเยซู
- ขึ้นลิฟท์ไปดูวิวเมืองที่หอคอยตึกสูง Mole Antonelliana
- พิพิธภัณฑ์รถ Museo dell’Automobile มีรถโบราณหาดูยากมากมาย รวมทั้งรถสมัยใหม่ รถส่วนใหญ่ผลิตในอิตาลี
- วังเก่าต่างๆ ที่เคยเป็นที่พำนักของราชวงศ์ซาวอยเช่น Stupinigi, Veneria Reale เป็นต้น



บล็อกนี้รายละเอียดเยอะนิดนึงนะคะ
อยากเขียนเก็บบันทึกไว้ เผื่อใครสนใจรายละเอียดเรื่องการไปเที่ยว
อยากทราบข้อมูลอะไรเพิ่มเติม หลังไมค์มาได้เลยค่ะ


ปล. เอนทรี่นี้อยู่ใน สาขาไกลบ้าน/ชีวิตในต่างแดน ค่ะ

1 comment:

  1. ขอบคุณนะคะ เข้ามาเก็บข้อมูลก่อนจะไปสิ้นปีนี้ค่ะ

    ReplyDelete