Showing posts with label Cinque Terre. Show all posts
Showing posts with label Cinque Terre. Show all posts

Monday, July 2, 2012

Cinque Terre, Italy ตอนที่ 3 - เที่ยวเมือง Corniglia, Manarola

ภาษาอิตาเลี่ยน วันนี้ขอเสนอคำว่า Scala
อ่านว่า สกา-ลา (Stress คำว่า “สกา”)
ภาษาไทยแปลว่า บันได, ขั้นบันได
ภาษาอังกฤษ คือ Stair
Scala อ่านว่า สกา-ลา (Stress คำว่า “สกา”) คำเอกพจน์ บันไดหนึ่งขั้น
Scale อ่านว่า สกา-เล (Stress คำว่า “สกา”) บันไดหลายขั้น

*** ในที่นี่นิยมใช้คำพหูพจน์มากกว่า คือ Scale เพราะส่วนใหญ่ขั้นบันไดมีหลายขั้น

ทบทวนคำศัพท์คราวที่แล้วนิดนึง
Cinque = 5, Terre = แผ่นดิน
Cinque Terre (ชิงเคว เทเร) แปลว่า 5 แผ่นดิน, แผ่นดินทั้งห้า
ภาษาอังกฤษ Five Lands


สวัสดีค่ะพี่ๆ น้องๆ ที่น่ารักทุกท่าน
วันนี้ขอพามาเที่ยวกันกันตอนที่สามของ Cinque Terre
คือเมืองคอร์นีเลีย Corniglia และเมืองมานาโรลา Manarola

ตอนที่ 1 เมือง Monterosso al Mare อยู่ในลิงค์นี้
Cinque Terre ตอนที่ 1 : เมือง Monterosso al Mare

ตอนที่ 2 เมือง Vernazza อยู่ในลิงค์นี้
Cinque Terre ตอนที่ 2 : เมือง Vernazza






เมือง Corniglia อ่านว่า คอร์นีเลีย
เมืองที่สามในห้าของ Cinque Terre
เป็นเมืองเดียวที่ไม่ได้มีทางเดินติดกับทะเล ชายหาดโดยตรง
เพราะที่ตั้งนั้นอยู่บนเขา จะเห็นวิวของทะเลอยู่ด้านล่าง
เมืองนี้เราเดินทางมาถึงโดยรถไฟจากเมือง Vernazza
เพราะทางเดินป่า Blue Trail (Sentiero Blu) ปิดปรับปรุง
เนื่องจากได้รับผลกระทบอุทกภัยและโคลนถล่มในเดือน ต.ค. 2554
เมื่อมาถึงสถานีนั้นจะเห็นทางเดินเรียบชายฝั่งทะเลไปยัง Corniglia
ต้องขึ้นขั้นบันไดไป 382 ขั้น ออกกำลังไม่น้อยเลย
สำหรับคนที่ไม่อยากเดินก็มี Shuttle Bus คอยรับส่ง
(ค่าโดยสาร one-way 1.50 ยูโร, two-way 2.50 ยูโร)
มีตารางรับส่งที่แน่นอน แนะนำให้เช็คเวลาก่อนที่ป้ายจอดรถค่ะ

เมืองนี้มีชื่อเรื่องการทำไร่องุ่น ผลิตไวน์
ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำไร่ตามเชิงเขา
ถนนสายหลักในเมือง คือ Via Fieschi (ฟิเอสคิ)
มีร้านค้าต่างๆ ร้านอาหาร ร้านขายเจลาโต้ ของที่ระลึก ฯลฯ
เดินตามทางไปเรื่อยๆ จะถึงจุดชมวิว ชื่อ Santa Maria Belvedere


มาชมภาพกันค่ะ
สถานีรถไฟเมือง Corniglia มีแค่สองราง ขาไปและกลับ
เลียบไปตามชายฝั่งทะเล Ligurian Sea

















ภาพทางเดินจากสถานีรถไฟไปยังตัวเมือง
จะเห็นทางขึ้นบันได้สามร้อยกว่าขั้นอยู่ด้านหน้า

















ขึ้นบันไดมาแล้วใกล้ถึงตัวเมือง
มองลงไปจะเห็นทิวทัศน์ทะเลสีเข้ม สถานีรถไฟ ภูเขาติดริมฝั่งทะเล


















ป้ายต้อนรับ เมื่อมาถึงเมืองคอร์นีเลีย
แสดงความยินดี ท่านได้เดินขึ้นบันได 382 ขั้น (แห่กๆๆๆๆ)
ขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกหน่อยค่ะ 555+

















ป้ายแผนผังของเมือง เมืองเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก


















ถนนเล็กๆ ภายในตัวเมือง
มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ ตั้งอยู่เรียงราย




















เห็นนักท่องเที่ยวมาจดๆ จ้องๆ อยู่หน้าร้านขายเจลาโต้
ร้านนี้หลายคนแนะนำให้ไปลองทาน ชื่อ Alberto’s Gelateria
เราหยุดพัก เติมพลังที่นั่นกันก่อน ทานเจลาโต้ถ้วยเล็กๆ
(ไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ ลืมๆๆๆ... ทานเสร็จแล้วลืมถ่ายรูป 55+)


















จุดชมวิวของเมือง Santa Maria Belvedere เป็นระเบียงขนาดใหญ่
ภาพนี้ถ่ายตอนก่อนเดินเข้าไปบนระเบียง

















จากจุดชมวิว เห็นเมืองมานาโรลา Manarola มาแต่ไกล



















มองลงไปด้านล่าง เห็นน้ำทะเลใสๆ สีฟ้าเข้ม

















ในตัวเมือง มีร้านขายต้นเบเซิ่ล basil (โหระพาฝรั่ง) เยอะมาก
ขายเป็นกระถาง กระถางละประมาณ 2 ยูโร ถือว่าโอเค ไม่ถูกไม่แพงค่ะ



















นั่นอะไร?... “ครก” ใช่มั้ยนั่น... ใช่เลยค่ะท่านผู้ชม 555+
อิตาลีก็มีครก แต่ไม่ได้เอาไว้ตำส้มตำ (หรือใครจะตำก็ได้ ไม่ว่ากัน)
เอาไว้ทำเพสโต้ค่ะ ส่วนประกอบหลักๆ ของเพสโต้ คือ
Basil, Pine nuts, กระเทียม, เกล็ดชีสพาเมซาน, น้ำมันมะกอก
ตำในครกแบบนี้ อิตาเลี่ยนแท้ ลืม food processor ไปได้เลย 555+














*Note* เมืองทั้งหลายในเขต Liguria รวมทั้ง Cinque Terre
ขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์ซอสเพสโต้ที่ส่งขายไปทั่วอิตาลี
ส่วนประกอบหลัก คือ ใบ basil ปลูกในเขตนี้ถือว่ามีคุณภาพสูงทีเดียว
อาจเพราะลมฟ้าอากาศเป็นใจ ใบ basil ที่นั่นถึงอร่อยถูกใจคนอิตาเลี่ยนก็เป็นได้




“น้ำผึ้ง” (ภาษาอิตาเลี่ยน Miele มิเยเล)
เป็นผลิตภัณฑ์อีกอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อใน Cinque Terre
















ซอสเพสโต้ ...สินค้าพื้นเมืองขึ้นชื่อ มีขายทั่วไปใน Cinque Terre


















ขากลับ เดินลงบันไดไปสถานีรถไฟ
ขาขึ้นเดินเหนื่อยค่ะ แต่ตอนลงเดินสบายๆ เดินลงง่ายกว่าเยอะ ^.^
















มีต้นไม้ตระกูลแคคตัสระหว่าง ออกดอกเยอะ ขอถ่ายรูปหน่อย ^.^
















เมืองมานาโรลา Manarola อีกเมืองหนึ่งใน Cinque Terre
เมืองนี้ไม่มีชายหาด แต่มีโขดหินริมทะเลมากมายที่นักท่องเที่ยวชอบไปนั่งเล่น
หรือว่ายน้ำในบริเวณนั้น
ในตัวเมืองมีลานชื่อ Piazza Capellini สำหรับนั่งเล่น เดินเล่น
มีร้านค้ามากมายตั้งอยู่ในบริเวณนั้น
ในเมืองมีโบสถ์สำคัญชื่อ San Larenzo
และมีจุดชมวิวชื่อ Punta Bonfiglio (พุนตา บอนฟิลิโอ)
ที่สามารถมองเห็นทะเล ภูเขา โขดหิน ฯลฯ ที่สวยงาม
(ภาพจาก Manarola มีไม่เยอะนะคะ เนื่องจากแบ็ตตารี่เริ่มใกล้หมด
ต้องหาที่ชาร์จเพิ่ม ได้ชาร์จเมื่อเข้าเมืองต่อไป)


ภาพเมืองมานาโรลา Manarola เมืองตั้งอยู่บนโขดหิน ติดทะเล
เมืองนี้แทบไม่ได้รับผลกระทบจากโคลนถล่ม
ปลายปีที่แล้วมีฝนตกเยอะ แต่ระบายออกลงทะเลหมด












ตอนแรกกะจะเพิ่มภาพจากเมือง Riomaggiore เมืองสุดท้ายเข้าไปด้วย
แต่ภาพชักเริ่มเยอะ ไว้มาลงบล็อกหน้าดีกว่า
จะพาไปเดินถนนแห่งคู่รัก Via dell’Amore ที่เชื่อมระหว่าง
เมือง Manarola – Riomaggiore ไว้ติดตามตอนต่อไปนะคะ

ท้ายสุดขอแสดงความยินดีกับทีมสเปน ที่ชนะเป็นแชมป์ฟุตบอลยูโร 2012
ถล่มทีมอิตาลีราบคาบจริงๆ ต้องยกย่องชมเชยให้เค้าค่ะ
เมื่อคืนแฟนๆ อัซซูรี่เงียบเหงา... ตามฟอร์ม ...
ยังไงขอส่งกำลังใจให้ ไว้รอลุ้นฟุตบอลโลกอีกสองปีข้างหน้านะคะ


ปล. เอนทรี่นี้อยู่ใน สาขาไกลบ้าน/ชีวิตในต่างแดน ค่ะ

Monday, June 25, 2012

Cinque Terre, Italy ตอนที่ 2 - เที่ยวเมือง Vernazza

ภาษาอิตาเลี่ยน วันนี้ขอเสนอคำว่า Alluvione
อ่านว่า อัล-ลู-วิ-โอ-เน (Stress คำว่า “อัล”, “โอ”)
ภาษาไทยแปลว่า น้ำท่วม
ภาษาอังกฤษ คือ Flood


ยังจำคำศัพท์คราวที่แล้วได้รึป่าวคะ
Cinque = 5, Terre = แผ่นดิน
Cinque Terre (ชิงเคว เทเร) แปลว่า 5 แผ่นดิน, แผ่นดินทั้งห้า
ภาษาอังกฤษ Five Lands



สวัสดีค่ะพี่ๆ น้องๆ ที่น่ารักทุกท่าน
วันนี้ขอพามาเที่ยวกันต่อเมืองที่ 2 จาก 5 เมืองใน Cinque Terre
คือเมือง Vernazza (เวร์นาซซา)

สำหรับตอนที่ 1 คือ เมือง Monterosso al Mare
ตอนที่แล้วอยู่ในลิงค์นี้ค่ะ
Cinque Terre ตอนที่ 1 : เมือง Monterosso al Mare


เมือง Vernazza มีบู้ธให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Tourist Information
อยู่ที่สถานีรถไฟของเมือง เวลาเปิด 8:00-19:00 น.
ถ้าใครต้องการซื้อตั๋ว Cinque Terre Card หรือ อยากได้แผนที่
ก็สามารถติดต่อที่นั่นได้ค่ะ

การเดินทางไป Vernazza
ทางรถไฟ ดูเหมือนจะสะดวกที่สุดเพราะมีรถไฟวิ่งผ่านบ่อยๆ
มาจากเมืองที่อยู่ในชิงเคว เทเร ด้วยกัน

ทางรถยนต์ ก็สามารถทำได้ แต่ที่จอดรถอยู่บนเนินเขาห่างจากตัวเมือง
จำนวนที่ว่างให้จอดมีจำกัด และมีค่าธรรมเนียมค่าจอด 2 ยูโร ต่อชั่วโมง
หรือจะเหมาเป็นวันก็ได้ 12 ยูโรต่อหนึ่งวัน
มีรถบัส Shuttle วิ่งไปมาระหว่างที่จอดรถบนเนินเขาและตัวเมือง

ทางเรือ มีเรือเฟอร์รี่ วิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างเมืองใน Cinque Terre
และเมืองท่าที่อยู่รอบๆ เช่น Rapallo เป็นต้น


เมือง Vernazza ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและโคลถล่ม
ในวันที่ 25 ตุลาคม 2554
เป็นข่าวดังไปทั่วประเทศอิตาลี ความเสียหายนั้นอยู่ในขั้นรุนแรง
รวมทั้งมีผู้เสียชีวิตด้วย เพราะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมแบบเฉียบพลัน
จากผลกระทบครั้งนั้นทำให้ทางเดินป่าระหว่างเมือง Vernazza-Corniglia
ต้องปิดลงชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
(ข้อมูลอัพเดททางเดิน Blue Trail จากวันที่ 17 มิถุนายน 2555)

ทางการและชาวเมืองได้ร่วมมือกันปรับปรุงให้เข้าสู่สภาพปกติ
ปัจจุบัน ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พักส่วนใหญ่ ได้กลับมาเปิดให้บริการ
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังเห็นร่องรอยความเสียหายอยู่เยอะพอสมควร



มาชมภาพเมือง Vernazza กันค่ะ
วิวนี้ถ่ายจากทางเดินป่า Blue Trail ระหว่าง Monterosso-Vernazza
มองลงมาเห็นท่าเรือและบ้านเรือนสีสวยงาม
















ภาพนี้ซูมไกลนิดนึง เห็นเมืองติดทะเลและภูเขา

















สีสันของบ้านเรือน สดใสจริงๆ ^^

















มีกลุ่มพายเรือ kayak มาพายอยู่แถวนั้นด้วย เข้าแถวเป็นระเบียบมาก 555+



















ซูมเข้ามาใกล้ๆ กลุ่มพายเรือ kayak
อยากพายเป็นบ้างจังเลยค่ะ ดูน่าสนุกดี ^.^

















เคยถามเพื่อนชาวอิตาเลี่ยนซึ่งเป็นนักกีฬาพายเรือว่า
เรือ Kayak และ Canoe ต่างกันอย่างไร?
เค้าอธิบายให้ฟังคร่าวนะคะว่า เรือ Kayak ส่วนใหญ่นั่งได้หนึ่งคน
ไม้พายสำหรับ Kayak จะมี paddle สองด้าย ซ้าย ขวา
เรือคะนูมี paddle ด้านเดียว
เรือ Kayak ผู้พายจะต้องนั่งยืดขาไปด้านหน้า
ส่วนเรือคะนู ผู้พายนั่งในท่านั่งปกติ






เรือเฟอร์รี่วิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างเมืองใน Cinque Terre

















คุณผู้ชายที่บ้าน ยืนหัวเหม่งๆ รอเอิงถ่ายรูปอยู่
(นานๆ ที ขอพาออกสื่อหน่อย ปกติเธอแอบอยู่หลังกล้องตลอด 555+)
ฮีหิวข้าวแล้ว... เรียกร้องให้ถ่ายรูปเร็วๆ หน่อย เดี๋ยวจะไปทานพาสต้าที่ Varnezza
เป็นอาหารเที่ยงด้วยกันค่ะ อิอิ
(เริ่มจะหิวเหมือนกัน เดินป่าตั้งแต่เช้ามาจากเมือง Monterosso)

















ถนนเล็กๆ ภายในตัวเมือง Vernazza

















โบสถ์ Santa Margherita อยู่หน้าหาดของเมือง

















บรรยากาศร้านอาหารริมหาด มองเห็นทะเล ท้องฟ้าสีเข้ม



















เรานั่งกันตรงระเบียงเล็กๆ ได้รับลมทะเลสบายๆ

















มาถึง Vernazza ทานอะไรดี ... ทานอาหารทะเลที่นั่นค่ะ
ของเค้าสด อร่อย ไม่แพ้อาหารทะเลอิตาเลี่ยนทางใต้เลย
จานนี้คือ สปาเก็ตตี้ซีฟู้ด ของ จขบ.

















ส่วนคุณสามีทานอาหารขึ้นชื่อของเขต Liguria
คือ Trofie al Pesto (โทรฟิเอ อัล เพสโต)
พาสต้าเส้นเล็กๆ ม้วนเป็นเกลียว ปรุงกับซอสเพสโต้
ร้านนี้ทำอร่อยใช้ได้ รสชาดกลมกล่อมทีเดียว
(เราสองคนไม่ได้ทานคอร์สที่สองต่อ เพราะต้องเดินทางอีก
ทานเยอะเดี๋ยวเดินไม่ไหว 555+)


















ที่จอดเรือหน้าหาดของเมือง Vernazza

















ใกล้สถานีรถไฟ มีภาพความเสียหายจากน้ำท่วมและโคลนถล่ม
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2554
เมือง Vernazza โดนหนักที่สุดในบรรดาเมืองใน Cinque Terre

















ร่องรอยความเสียหายบางจุดที่ยังต้องปรับปรุงซ่อมแซม



















ถนนบางช่วงในเมือง Vernazza ยังมีเค้าความเสียหาย
ดูจากผนังบ้าน มีรอยจากดินถล่ม

















ถนนใกล้ๆ เนินเขาด้านใน มีหลายส่วนที่ต้องปิดปรับปรุงเพื่อความปลอดภัย

















ที่ทำการไปรณีย์เคลื่อนที่ ภาพนี้ถ่ายมาให้คุณแม่สามีดู ^.^
เพราะก่อนเธอเกษียณ เธอทำงานในออฟฟิสไปรษณีย์ของอิตาลีค่ะ

















ภาพวาดสีสดใสของเมือง Vernazza
ชาวเมืองร่วมแรงร่วมใจอยากให้เมืองกลับสู่สภาพเดิมอีกครั้ง

















Thank You
ขอขอบคุณ “ป้าอิ๋ว” Sai Eeuu สำหรับโปสการ์ดมาเลเซียที่ส่งมาให้นะคะ
ป้าอิ๋วมีโอกาสได้ไปเที่ยว น่าสนุกจัง
ไว้รอชมรูปสวยๆ จากทริปแน่นอน ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

















เมืองทั้ง 5 ใน Cinque Terre คือ
Monterosso al Mare, Vernazza, Corniglia, Manarola, Riomaggiore
เป็นเมืองติดทะเลทางฝั่งตะวันตกของอิตาลี
ภูมิประเทศคือมีภูเขาด้านใน และชายฝั่งทะเลอยู่ติดกัน
มีทางเดินป่า Blue Trail เชื่อมต่อระหว่างเมืองทั้งห้า
แต่ผลกระทบจากอุทกภัยทำให้ทางเดินบางช่วงต้องปิดปรับปรุงชั่วคราว
(ยังปิดทำการ คือ Vernazza-Corniglia, Corniglia-Manarola)
อย่างไรก็ตาม ทางรถไฟเชื่อมต่อทุกเมืองได้เปิดทำการเป็นปกติแล้ว
เป็นสถานที่น่าสนใจสำหรับคนชอบ ทะเล ชายหาด และภูเขาในที่เดียวกันค่ะ


ไว้จะพาไปเที่ยวต่อตอนที่ 3 คราวหน้า คือเมือง Corniglia
ต้องเดินขึ้นบันไดไปสามร้อยกว่าขั้น 555+ ติดตามชมคราวต่อไปนะคะ


ปล. เอนทรี่นี้อยู่ใน สาขาไกลบ้าน/ชีวิตในต่างแดน ค่ะ

Tuesday, June 19, 2012

Cinque Terre, Italy ตอนที่ 1 - เที่ยวเมืองชายหาด Monterosso al Mare



ภาษาอิตาเลี่ยน วันนี้ขอเสนอคำว่า Cinque
อ่านว่า ชิง-เคว (Stress คำว่า “ชิง”) “คว” ออกเสียงควบกัน
ภาษาไทยแปลว่า ห้า
ภาษาอังกฤษ คือ Five

แถมให้อีกคำคือ Terre (คำเอกพจน์)
อ่านว่า เท-เร (Stress คำว่า “เท”)
ภาษาไทยแปลว่า แผ่นดิน
ภาษาอังกฤษ คือ Lands
*Note* คำพหูพจน์คือ Terra (เท-รา)

Cinque Terre (ชิงเคว เทเร) แปลว่า 5 แผ่นดิน, แผ่นดินทั้งห้า
ภาษาอังกฤษ Five Lands



สวัสดีค่ะพี่ๆ น้องๆ ที่น่ารักทุกท่าน
วันนี้อยากพามาเที่ยวเมืองติดทะเลในเขต Liguria ประเทศ Italy
มีเมือง 5 เมืองอยู่ติดกัน รู้จักกันในนาม Cinque Terre
(ชิงเคว เทเร) Five Lands
ทั้งหมดอยู่ใน Province La Spezia
ทั้งยังเป็นเมืองที่ได้รับการยกให้เป็น UNESCO World Heritage
เพราะชายหาด ทะเล ภูเขา ในแถบนั้นเป็นพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศอิตาลี


มารู้จักชื่อกันดีกว่า เมืองทั้งห้ามีอะไรบ้าง ^.^
หนึ่ง เมือง Monterosso al Mare (มอนเตรอสโซ อัล มาเร)
สอง เมือง Vernazza (เวร์นาซซา)
สาม เมือง Corniglia (คอร์นีเลีย)
สี่ เมือง Manarola (มานาโรลา)
ห้า เมือง Riomaggiore (ริโอมัจจอร์เร)




*Note*
ข้อมูลในบล็อกนี้อาจเขียนให้อ่านเยอะหน่อยนะคะ
เพราะต้องการให้ข้อมูลอัพเดทล่าสุดสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปที่นั่น
เผื่อพี่ๆ น้องๆ ท่านใดสนใจ สอบถามมาได้ ยินดีให้ข้อมูลเต็มที่ค่ะ

Updated News
วันที่ 25 ตุลาคม 2011 ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่
มีโคลนถล่ม mudslide ในดินแดนแถบนั้น
ที่เสียหายหนักคือ เมือง Monterosso, Vernazza
ปัจจุบัน บ้านเรือน ถนน ร้านค้า ได้รับการปรับปรุงจนเกือบเข้าสู่สภาพปกติ
(ยังเห็นร่องรอยความเสียหายจากถนน บ้านเรือนอยู่บ้าง)
ทางเดินป่า Blue Trail คือทางเดินที่เชื่อมระหว่าง Cinque Terre
ได้รับความเสียหายหนักพอสมควร
นี่เป็นข้อมูลล่าสุดที่ได้รับจาก Tourist Information

Updated ณ วันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ.2012
Blue Trail ทางเดินป่า: Cinque Terre
Monterosso – Vernazza : Open เปิดทำการตามปกติ
Vernazza – Corniglia : Closed ปิดปรับปรุง
Corniglia – Manarola : Closed ปิดปรับปรุง
Manarola – Riomaggiore : Open เปิดทำการตามปกติ

Vernazza – Corniglia, Corniglia – Manarola ทางเดินป่า
ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและโคลนถล่ม
ทางการจึงปิดปรับปรุง (ชั่วคราว) เพื่อความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว
ยังไม่ได้กำหนดวันเปิดทำการ

ส่วน Train “รถไฟ” ไม่มีปัญหา เปิดทำการตามปกติ
สามารถเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ได้โดยรถไฟ
ซึ่งวิ่งระหว่างเมืองทั้ง 5 แทบทุก 15-20 นาที

แนะนำให้ซื้อ Cinque Terre Card บัตรผ่านการเดินทางในหนึ่งวัน
สามารถใช้ขึ้นรถไฟระหว่างห้าเมืองได้ทั้งวัน unlimited
และสามารถใช้เดินผ่านข้าม Trails ในเขตต่างๆ ของเมืองได้
ราคาคือ 10 ยูโร ต่อคน (สำหรับ 1 วัน)


ตอนที่ 1 มารู้จักเมือง Monterosso al Mare กันค่ะ
(หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า Monterosso)
มีสองส่วน คือ Old Town, New Town
Old Town คือส่วนที่มีปราสาทของเมือง โบสถ์ และรูปปั้นยักษ์
New Town ส่วนที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ท่าเรือเฟอร์รี่
ทั้งสองเมืองมี โรงแรม B&B ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย

การเดินทาง: รถไฟสะดวกที่สุด
นั่งมาจากมิลานใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง (Inter City Train)
เมืองนี้มีชื่อเสียงคือมีสถานที่รองรับสำหรับคนชอบชายหาด
เล่นน้ำทะเล, อาบแดด ฯลฯ
และที่สำคัญคือเหมาะสำหรับคนชอบเดินป่า Hiking
เพราะนอกจากจะมีทะเลสวยๆ แล้ว ยังมี Trail สำหรับการเดิน
อยู่บนภูเขาที่ติดกับชายหาดอีกด้วย
Blue Trail คือ ชื่อทางเดินทื่เชื่อมระหว่าง Monterosso-Vernazza
ได้เปิดทำการตามปกติในปีนี้
(ก่อนหน้าปิดชั่วคราวเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโคลนถล่ม)


มาชมภาพกันดีกว่าค่ะ
ชายหาดของเมือง Monterosso al Mare



















แผนที่เมือง Monterosso al Mare

















ร้านขายของที่ระลึก ตั้งอยู่มากมายตามถนนริมหาด

















เห็นแกะสลักคน (ตัวใหญ่) นั่งอยู่บนโขดหินมั้ยคะ?
นั่นคือ Monterosso Giant ยักษ์ประจำเมือง
ชื่อภาษาอิตาเลี่ยน Il Gigante อิล จิกานเต
(หน้าตาสู้ยักษ์วัดพระแก้วเมืองไทยไม่ได้ 555+)
สร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ.1910 โดยศิลปินชาวอิตาเลี่ยนเชื้อสายยิว
ชื่อ Arrigo Minerbi เพื่อต้องการให้เป็นสัญลักษ์ของความยิ่งใหญ่
รูปแกะหลักจากหินนี้โดนระเบิดเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ทำแขนหัก และหายไปในทะเล
ปัจจุบันทางการยังรักษาไว้ และกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของ Monterosso

















ชายหาดของ Monterosso เห็น Il Gigante รูปปั้นยักษ์อยู่ไกลๆ
พร้อมวิวปราสาท ... ภาพนี้ถ่ายตอนอยู่บนเขา ทางเดินป่า มองลงมาเป็นวิวเมือง

















โขดหินริมทะเล ...ฟ้าแจ่ม น้ำทะเลใสจริงๆ

















กีฬาทางน้ำเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่นั่น
มีทั้งเรือคะนู, เรือปั่นด้วยเท้า... (บานาน่าโบ๊ท ไม่มีค่ะ 555+)

















น้ำทะเลใสแจ๋ว มองเห็นก้อนหินที่อยู่ใต้ทะเล ^.^

















มีร้านอาหารเล็กๆ อยู่รายรอบริมหาด
วิวจากร้านอาหาร... มองเห็นท้องฟ้า น้ำทะเลสีเข้ม

















ชายหาดอีกด้านหนึ่งของ Monterosso

















ท่าเรือสำหรับเรือเล็ก และเรือเฟอร์รี่ในการสัญจร

















วิวชายหาด ปราสาท และท่าเรือ Monterosso


















ทางเดินบนโขดหิน สำหรับผู้ชอบผจญภัย
อยากลงไปว่ายน้ำด้านล่าง อรึ๋ยๆๆๆๆ

















น้ำทะเลใสๆ ... มีโขดหิน... คุณสามีบอกว่ามีหินเหมือนนางเงือกอยู่ด้วย อ๊ะจ๊ากกกส์

















ทิวทัศน์ทะเล ท้องฟ้า ชายหาด... มองลงมาจากทางเดินป่า Blue Trail

















ชอบวิวนี้จัง มีทั้งปราสาท ชายหาดอยู่ไกลๆ และหินกลางทะเล ^.^

















ผู้โดยสารรอขึ้นเรือเฟอร์รี่... มีจุดจอดรับสำหรับเดินทางไปยังเมืองอื่นๆ ใน Cinque Terre



















เห็นแถบสีน้ำตาลเป็นยาวลงมามั้ยคะ?
นั่นคือร่องรอยความเสียหายตอนเกิดอุทกภัยและโคลนถล่มในปี 2011

















ทางเดินป่า Hiking จะเป็นสัญลักษณ์ขาวแดง
บอกว่าท่านเดินมาถูกทางแล้ว ^.^

















ทางเดินป่า Blue Trail เชื่อมระหว่าง Monterosso-Vernazza

















ทางเดินป่าบางช่วงเป็นทางชัน ขั้นบันได
แนะนำให้ผู้มาเดินสวมรองเท้าเดินป่า รองเท้ากีฬา
(รองเท้าแตะไม่เหมาะ... อาจเดินลำบาก... แต่ก็ยังเห็นคนใส่มาเดินกัน 55+)

















ทางเดินข้ามสะพาน เห็นสะพานเล็กๆ น่ารักดี ขอถ่ายรูปมาให้ชมกันหน่อย 

















ระหว่างทางเดินป่า เป็นต้น Lemon ออกลูกเยอะมาก มีหลายต้นตลอดทางเลยค่ะ

















พื้นที่บนเขา ถือเป็นแหล่งเกษตรกรรมสำคัญสำหรับชาว Cinque Terre
มีทั้งต้นเลม่อน, ต้นมะกอก, องุ่น, ผักสวนครัวต่างๆ ฯลฯ

















วิวอีกด้านหนึ่งของภูเขาและทะเล เดินมาเกินครึ่งทาง
มุ่งหน้าไปยังอีกเมือง คือ Vernazza

















เมือง Vernazza
เอาภาพ Intro เรียกน้ำย่อยมาให้ชมกันก่อน
ไว้บล็อกหน้าจะมาต่อตอนที่สองค่ะ

















ตอนนี้ถ้าไม่ได้คุยเรื่องฟุตบอล Euro 2012 คงขาดรสชาดไป อิอิ
ขอคุยหน่อย... เมื่อคืน (วันจันทร์ 18 มิถุนายน)
ทีมอิตาลี ลงแข่งกับทีมไอร์แลนด์ ... นัดนี้สำคัญมาก
เพราะอิตาลีต้องชนะอย่างเดียวถึงจะเข้ารอบสอง
และต้องลุ้นให้อีกคู่ในสาย มีผลแพ้ชนะด้วย (สเปน โครเอเชีย)
ผลคือ อิตาลีชนะ 2-0, สเปนชนะ 1-0
ทั้งสองทีมก็เลยได้เข้ารอบไป... เรียกว่าแฟนคลับทีม Azzurri เฮกันลั่น
เรียกว่าลุ้นจนถึงนาทีสุดท้าย.
เมื่อคืนถ้าใครดูบอลอยู่ในอิตาลีนี่คงได้ยินเสียงโห่ร้องกันบ้างนะคะ...
ถามเพื่อนๆ หลายคนทางเฟ้สบุ๊ค... แต่ละคนบอกว่าจริงด้วย ...เฮกันสนั่นเมือง

อารมณ์นักเตะและแฟนคลับ คงประมาณนี้เลยค่ะ
ได้ดูสัมภาษณ์ Gianluigi Buffon ผู้รักษาประตู หลังการจบการแข่งขัน
เฮียบอกว่าตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะต้องชนะเท่านั้น
...และที่สำคัญขอบคุณ “สเปน” ที่ชนะ 555+
แหมๆๆๆๆ เฮียลุ้นสเปนด้วย ... เอาน่ะ... จขบ.ก็ลุ้นสเปนเช่นกันค่ะ อิอิ


จานลุยจิ บุฟฟ่อน หรือรู้จักกันในนาม “จีจี้ บุฟฟ่อน”
(สวมถุงมือสีขาว ทำตาโตๆๆๆๆๆ) ดีใจมาก เมื่อการแข่งขันจบลง รู้ผลชนะของอิตาลี และสเปน












Monterosso al Mare เป็นเมืองชายหาด น้ำทะเล ท้องฟ้าสีเข้ม
ถือเป็นเมืองสำคัญอีกแห่งสำหรับคนชอบพักผ่อนริมทะเลในอิตาลี
ส่วนทางเดินป่า Blue Trail นั้นไม่ง่ายเลยค่ะ
ทางเดิน Monterosso – Vernazza ยาว 3 km
ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง เพราะมีทางขึ้นลง ค่อนข้างลาดชัด
แต่บางส่วนก็เป็นทางตรงๆ เดินไม่ยาก
แนะนำให้ผู้ต้องการไปเดินป่าสวมรองเท้าที่เดินสบาย
ร่างกายต้องมีความแข่งแกร่งระดับหนึ่ง ... ออกกำลังมาพอสมควร
รองรับการเดินทางสมบุกสมบันได้

สำหรับคนไม่อยากเดินป่า แต่อยากเที่ยวเมืองทั้งห้าของ Cinque Terre
นั่งรถไฟโลดค่ะ ... นั่งสบายๆ ชมวิวริมทะเล สบายใจไทยแลนด์ ^.^
ไว้มาต่อบล็อกหน้า ตอนที่ 2 เที่ยวเมือง Vernazza นะคะ


ปล. เอนทรี่นี้อยู่ใน สาขาไกลบ้าน/ชีวิตในต่างแดน ค่ะ